ลดไขมัน = หนทางสู่การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

ลดไขมัน = หนทางสู่การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

เวลาเราพูดว่าจะลดน้ำหนัก ๆ บ่อยครั้งที่เรามักโฟกัสไปกับตัวเลขน้ำหนักของเราบนเครื่องชั่งเนื่องจากเป็นตัวเลขที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนที่สุดว่าในการลดน้ำหนักของเรานั้นมีพัฒนาการมากน้อยเพียงใด แต่แท้จริงแล้วอาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะแม้ว่าน้ำหนักเราจะลดลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี เพราะหัวใจของการลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้นคือการ “ลดไขมัน” ต่างหาก


การลดไขมันต่างจากการลดน้ำหนักอย่างไร? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าน้ำหนักตัวของคนเรานั้นประกอบไปด้วยมวลน้ำหนักของโครงสร้างกระดูก, อวัยวะภายใน, องค์ประกอบในร่างกายที่เป็นน้ำ กล้ามเนื้อ ไขมัน และองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างอาหารภายในกระเพาะ – ลำไส้


การโฟกัสเฉพาะตัวเลขบนเครื่องชั่งจึงไม่ใช่การลดน้ำหนักที่ดี เพราะแม้น้ำหนักจะลดลง แต่สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่ไขมันแต่เป็นกล้ามเนื้อและน้ำในร่างกาย ทำให้ผอมลงแต่รูปร่างไม่กระชับ ซึ่งมักเกิดจากการลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ด้วยวิธีเหล่านี้

  • การอดอาหาร อดมื้อกินมื้อ งดทานแป้งและไขมัน หรือทานแต่เฉพาะผักผลไม้เพียงอย่างเดียว ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างและคงมวลกล้ามเนื้อเอาไว้ กล้ามเนื้อโดยรวมจึงลดลง ร่างกายเสียสมดุลอาหาร ระบบฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียง่ายและโทรมไว
  • การโหมออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและโทรม นอกจากนี้การออกกำลังกายโดยไม่วางแผนหรือศึกษาข้อมูลให้ดียังอาจทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

เมื่อทำแบบนี้ติดต่อกัน ร่างกายก็จะปรับตัวให้ชินกับอาหารที่รับประทานเข้าไป ระบบเผาผลาญก็จะทำงานน้อยลง เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร สูญเสียมวลกล้ามเนื้อมาก ร่างกายผอมลง และเมื่อหยุดทำพฤติกรรมเหล่านี้ น้ำหนักที่เคยลดลงก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลับมาอ้วนเหมือนเดิม หรือที่เรียกว่าโยโย่นั่นเอง


ในขณะที่การลดไขมันนั้นจะโฟกัสที่การลดไขมันส่วนเกินและแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อเป็นหลัก เพราะยิ่งมีมวลกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ ระบบเผาผลาญก็จะยิ่งทำงานได้ดีมากเท่านั้น โดยเฉพาะการเผาผลาญไขมัน ทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สะสมและแปรสภาพเป็นไขมันส่วนเกินซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นนั่นเอง โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

  1. กินให้เป็น โดยเน้นผัก เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผลไม้หวานน้อย เลี่ยงอาหารรสจัด ไขมันสูง รวมถึงจำกัดปริมาณน้ำตาลในแต่ละวัน โดยเลือกดื่มน้ำเปล่า ชา กาแฟดำ น้ำมะนาว (ไม่ใส่น้ำตาล) นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อโดยเน้นหลัก “หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เว้นดึก”
  2. ออกกำลังกาย 30 นาทีทุกวัน โดยอาจเริ่มต้นง่าย ๆ จากการเดินเร็ว ก้าวขายาว ๆ และแกว่งแขน จะทำให้ไขมันลดลงและช่วยสร้างกล้ามเนื้อแข้าแทนที่ได้ จะทำให้เห็นผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  3. ควบคุมความเครียด เพื่อไม่ให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียดหรือ “คอร์ทิซอล” ออกมาในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายรู้สึกอยากอาหาร โดยเฉพาะของหวานและของมัน จนทำให้เผลอกินอาหารมากโดยไม่รู้ตัว
  4. รับประทานโปรไบโอติกเสริม โดยเลือกทานสายพันธุ์ Bifidobacterium animalis subsp. lactis CECT8145 ซึ่งมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองว่าสามารถลดไขมันช่องท้อง – ลดรอบเอว, ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากอาหาร, ทั้งยังช่วยในเรื่องของการนอนหลับและลดความเครียดได้ เมื่อรับประทานติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปในปริมาณ 10,000 ล้าน CFUs ต่อวัน

การลดไขมันแม้จะได้ผลลัพธ์ไม่เร็วเท่าการลดน้ำหนัก แต่หากทำได้เรื่อย ๆ สม่ำเสมอ ในไม่ช้าน้ำหนักก็จะค่อย ๆ ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป รูปร่างกระชับขึ้น มีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น มีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรงขึ้น และกลับไปอ้วนยากกว่าเดิม เพราะมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง


ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand

ให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายด้วย PROBAC FIT SERIES เตรียมง่าย ได้สารอาหารครบถ้วน แต่ให้พลังงานต่ำเพียง 100 kcal 1 ชุดประกอบด้วย PROBAC FIT, PROTEIN FIT, FIBO FIT และ Multivitamin เพียงฉีก ชง ทาน 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้สารอาหารครบ อยู่ท้องไม่หิวระหว่างมื้อ

PROBAC FIT นวัตกรรม 1 เดียวในไทยที่ใช้โปรไบโอติกเพื่อการควบคุมน้ำหนัก

PROBAC FIT ซินไบโอติกจากอังกฤษ เพื่อการควบคุมน้ำหนัก และภาวะอ้วนลงพุง 1 ซอง (6 กรัม) ประกอบด้วยบิฟิโดแบคทีเรียม อะนิมอลิส ซับสปิชีส์ แล็กทิส CECT 8145 จำนวน 10,000 ล้าน CFU ต่อซองและไฟเบอร์ซอล-2 จำนวน 5.9 กรัม.

โดย บิฟิโดแบคทีเรียม อะนิมอลิส ซับสปิชีส์ แล็กทิส CECT 8145 ที่มีอยู่ใน PROBAC FIT มีหลักฐานงานวิจัยทางการแพทย์ ว่าสามารถช่วยลดไขมันช่องท้อง ลดรอบเอว ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากอาหาร และยังช่วยการนอนหลับ และลดความเครียดได้เป็นอย่างดี โดยจากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 – 42 ปี จำนวน 135 คน พบว่าเมื่อรับประทาน PROBAC FIT วันละ 1 ซองเป็นระยะเวลา 3 เดือน สามารถลดไขมันช่องท้องได้ 3 – 7 ตารางเซนติเมตร ลดรอบเอวได้เกือบ 2 ซม. และลด BMI ได้

PROTEIN FIT โปรตีนจากพืช ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล มีใยอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ อีกทั้งยังให้พลังงานที่ต่ำกว่าเนื้อสัตว์ ให้โปรตีนมากกว่าอกไก่ต้มเกือบ 3 เท่า และ ไข่ต้ม 25 เท่า เมื่อเทียบในปริมาณ 100 กรัม

FIBO FIT พรีไบโอติกไฟเบอร์และสารสกัดจากธรรมชาติ รวม 16 ชนิด พรีไบโอติก FOS และ อินูลิน ช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุโดยเฉพาะแคลเซียม บุกและเทียนเกล็ดหอย ถั่วขาว ทำให้อิ่มเร็วและนาน เพิ่มการระบาย ทั้งยังมี แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรท ผลส้มแขก โครเมียม พิโคลิเนต ช่วย Burn ไขมัน แป้ง น้ำตาลและลดความอยากอาหาร และสารสกัดเบอร์รี่รวม 7 ชนิด และ กีวี่ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมการลดน้ำตาล และไขมัน

Interpharma Multivitamin วิตามินรวมชนิดเม็ดฟู่ ละลายหมดไม่เหลือตะกอน ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้ได้ง่าย ประกอบด้วยวิตามินรวม 10 ชนิด ได้แก่วิตามิน B1, B2. B3, B5, B6, B7, B9, B12, C และ E ให้ร่างกายได้รับวิตามินครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายใน 1 วัน

และเพื่อให้ผลได้ดีที่สำหรับการควบคุมอาหารและรูปร่าง แนะนำ “PROBAC FIT SERIES” ประกอบด้วย FIBO FIT, PROTEIN FIT และ PROBAC FIT มีโปรแกรมสำหรับคุมน้ำหนัก 1 เดือน และ 2 เดือน ทั้งนี้ในโปรแกรม ” Interpharma PROBAC FIT SERIES” ผู้ที่ซื้อครบโปรแกรม แถม! Online Diet Coach โดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ สำหรับผู้ที่เข้าโปรแกรมอีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้ 3 ช่องทาง ได้แก่

📞ทาง Call center 094-956-9536
💻Inbox : m.me/interpharma.th
📱Line @interpharma #แอดไลน์ด่วนคลิก https://lin.ee/huxD1c0