จากการเก็บสถิติพบว่าอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับ 30 ปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 1 ต่อ 25 เป็น 1 ต่อ 20 วงการแพทย์จึงพยายามพัฒนาหาวิธีสำรวจหาปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้คนเป็นมะเร็งชนิดนี้ ตลอดจนหาวิธีตรวจวินิจฉัยโรคให้พบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพื่อจะได้รักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

พบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่มีดังนี้

  1. อายุคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่คือราว 90% จะมีอายุเกิน 50 ปี
  2. เพศเผ่าพันธุ์ ผู้ชายจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มากกว่าผู้หญิง คนผิวดำจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนผิวขาว
  3. อาหารอาหารที่อุดมด้วยไขมันและแคลอรี ซึ่งมีเส้นใยอาหารน้อย จะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูง
  4. เนื้องอกโพลิปถ้ามีเนื้องอกโพลิปอยู่ด้วยก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
  5. ประวัติครอบครัวคนที่มีญาติสนิทที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็จะมีปัจจัยเสี่ยงสูงขึ้น เช่น ถ้ามีน้องเป็นมะเร็งลำไส้ตรงคนหนึ่งแล้ว คนที่เหลือก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งแบบเดียวกัน ได้ราว 10-15 เปอร์เซ็นต์
  6. การออกกำลังกายผู้ที่มีกิจกรรมที่ใช้กำลังกายปานกลางจะมีความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยลง
  7. แอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่คนที่บริโภคทั้งสองอย่างนี้รวมกันจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
  8. โรคของลำไส้บางอย่างทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ไม่ถ่ายเป็นเวลานาน

การถ่ายอุจจาระที่มีเลือดปน หรือ อุปนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไปอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงมะเร็งลำไส้ เช่น เคยถ่ายอุจจาระทุกวันก็เปลี่ยนไปมีอาการท้องผูก อุจจาระมีขนาดเล็กลง ปวดมวนท้อง ปวดถ่ายอุจจาระบ่อยๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก และน้ำหนักลดโดยไม่ทราบเหตุ

ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand