ประเทศไทยอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว ตอนกลางวันแดดออกเปรี้ยงๆ แต่พอตกเย็นใกล้เลิกงานฝนกลับเทลงมาแบบไม่มีเยื่อใย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้อาจทำให้ร่างกายของใครหลายคนปรับตัวตามไม่ทัน และเกิดอาการป่วยไข้ได้ในที่สุด คงเป็นเรื่องดีหากเรารู้จักวิธีดูแลตัวเองกัน ด้วย 7 วิธีต่อไปนี้

.

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง การนอนหลับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะได้พักผ่อน เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และพักการทำงานบ้าง

.

  1. พยายามทำให้ตัวแห้งตลอดเวลา โดยเฉพาะฤดูฝนแบบนี้ ควรพกร่มและเสื้อกันฝนติดตัวไว้ เช็ดตัวให้แห้ง ให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น มีภูมิต้านทานที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น ปอดบวม ไข้หวัด หรือโรคผิวหนังต่างๆ หากตัวเปียกฝน ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

.

  1. จุด หรือทายากันยุง รวมถึงนอนกางมุ้ง ป้องกันยุงกัด เนื่องจากในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ไข้เลือดออกระบาดหนัก จึงควรป้องกันไว้ไม่ให้ยุงแพร่เชื้อได้

.

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร การดื่มน้ำเป็นการเติมน้ำเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ไม่เป็นหวัดง่าย ทั้งยังช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย

.

  1. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ในกรณีที่เกิดอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก การสวนล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยขับน้ำมูกและเสมหะออกได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้หายใจสะดวกมากยิ่งขึ้น

.

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย

.

  1. เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยวิตามินรวม เช่นในกลุ่มวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคหวัด ทำให้โรคหวัดหายเร็วขึ้น, กลุ่มวิตามินอี ช่วยลดและป้องกันการอักเสบ บรรเทาอาการหอบหืด, กลุ่มวิตามินบีรวม ช่วยดูแลระบบประสาท เสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน ฯลฯ

.

หากทุกคนเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วย 7 วิธีข้างต้นนี้ สุขภาพที่ดีคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้โดยง่าย และสามารถผ่านพ้นฤดูฝนไปได้แบบสบายๆ แน่นอน

.

ด้วยความปรารถนาดีจาก

Interpharma Thailand

.

ข้อมูลอ้างอิงจาก honestdocs.co