อาการหลงๆ ลืมๆ ความจำสั้น นึกได้ว่าจะทำอะไร แต่พอหันไปอีกทางกลับลืมเสียอย่างนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปสำหรับคนวัยทำงาน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากความเครียด ความวิตกกังวลจากการทำงาน ทำให้เมื่อถึงเวลานอนหลับไม่สามารถนอนหลับได้เต็มอิ่ม นอนหลับๆ ตื่นๆ จนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และทำให้เกิดอาการอ่อนล้าตามมาได้ นอกจากนี้ วิถีชีวิตที่ผิดเพี้ยน ทำให้ร่างกายไม่ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลือดจึงไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีอย่างที่ควร ความสามารถในการจดจำจึงลดลง

 

การฟื้นฟูความสามารถในการจดจำนั้นมีหลายวิธี และควรปรับใช้ทุกวิธีร่วมกันในการดำเนินชีวิตประจำวัน จะช่วยทำให้สมองสดใส และสามารถจดจำได้ดี ไม่หลงลืมง่าย ทั้งการกระตุ้นให้สมองช่วยจำ, การฝึกลมหายใจ, และการรับประทานอาหารสำหรับบำรุงสมองโดยเฉพาะ

 

  1. การกระตุ้นให้สมองช่วยจำ สมองก็ไม่ต่างอะไรกับอวัยวะอื่นๆ หากไม่ได้ใช้งานนานๆ ประสิทธิภาพก็จะลดลงได้ ซึ่งการกระตุ้นให้สมองทำงานนั้น อาจลองได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
  • กระตุ้นให้สมองเกิดการคิด ด้วยการเล่นเกมปริศนาต่างๆ เช่นปริศนาอักษรไขว้ (Crossword) ปริศนาตารางตัวเลข (Sudoku) ลูกบิดรูบิก ฯลฯ การเล่นเกมปริศนาต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์, ฝึกไหวพริบ ฝึกให้สมองตื่นตัว และทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น
  • เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ถนัด เช่น ภาษาต่างประเทศ การเรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยเรียนมาก่อน จะช่วยปรับปรุงทักษะด้านความจำและการรู้คิด ช่วยกระตุ้นสมอง และป้องกันสมองเสื่อมได้นานขึ้นอย่างน้อย 4 ปีเลยทีเดียว
  • บริหารนิ้วมือ นิ้วเท้า ทั้ง 2 บริเวณนี้เป็นแหล่งรวมของเส้นประสาทและเส้นเลือดที่สัมพันธ์กับการทำงานของสมอง การขยับนิ้วบ่อยๆ เช่น พับข้อนิ้วขึ้น – ลง สลับกัน, หมุนข้อเท้าเป็นวงกลมตอนตื่นนอน จะช่วยให้สมองตื่นตัวและสดชื่นขึ้น
  • ทบทวนสิ่งที่ได้ทำไปในแล้วในวันที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ก่อนเวลานอน เป็นการไล่ลำดับความคิดตั้งแต่ต้นจนจบวัน ทำให้สมองเกิดการคิดทบทวน และไม่หลงลืมง่าย

 

  1. ฝึกลมหายใจเข้า – ออก แบบโยคะ วิธีการฝึกลมหายใจแบบนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น โดยสามารถถฝึกได้ตามขั้นตอนดังนี้
  2. นอนหงายในท่าศพ โดยอาจนำผ้ามาพับรองศีรษะหรือหลังเอาไว้
  3. หลับตาลง คิดว่าสายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าอกของตน ค่อยๆ หายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ลึกๆ ผ่อนคลาย
  4. รับรู้ลมหายใจที่ผ่านเข้า – ออกร่างกาย
  5. ฟังเสียงลมหายใจของตัวเอง สังเกตความแตกต่างระหว่างลมหายใจเข้าและลมหายใจออก

การหายใจด้วยวิธีนี้ ทำให้หายใจได้ลึกและรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และมีความจำที่ดีเป็นผลพลอยได้

 

  1. รับประทานอาหารบำรุงสมอง อาหารบางประเภทนั้นมีประโยชน์ต่อสมองโดยตรง หากได้รับเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้สมองได้รับอาหารที่ดี มีสุขภาพที่ดี และส่งผลต่อความสามารถในการจดจำ ได้แก่
  • กรดไขมันโอเมก้า-3 สมองเป็นอวัยวะที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบสูงถึง 60% การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้เซลล์สมอง ทำให้ความจำดี ซึ่งมักจะมีอยู่ในปลาทะเลอย่างปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู เป็นต้น
  • วิตามินชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของวิตามินบี วิตามินซี และวิตามินอี ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงสมองโดยตรง โดยวิตามินบีจะช่วยบำรุง สนับสนุนการทำงาน และชะลอความเสื่อมของสมอง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงวัยได้ราว 4 เท่า, วิตามินซีช่วยต้านอนุมูลอิสระ, วิตามินอีช่วยให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ควรรับประทานรวมกันทุกชนิดเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน

 

การมีสมองสดใส ความจำดี ไม่ว่าใครๆ ก็อยากมีกันทั้งนั้น ลองหันมาดูแลตัวเองด้วยวิธีต่างๆ ข้างต้นนี้ การมีสมองที่สุขภาพแข็งแรง ความจำที่ดี ไม่หลงลืมง่าย ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

.

ด้วยความปรารถนาดีจาก

Interpharma Thailand

.

ข้อมูลอ้างอิงจาก นิตยสารชีวจิต