ไขมันช่องท้อง อันตรายที่หลายคนมองข้าม

เมื่อพูดถึงเรื่องของภาวะน้ำหนักเกิน สิ่งที่ทุกคนต่างมุ่งความสนใจไปมักจะหนีไม่พ้นในเรื่องของไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะไขมันเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ทั้งนี้นอกจากความอ้วนและรูปร่างที่ดูไม่สมส่วนแล้ว ไขมันเหล่านี้กลับไม่ได้ส่งผลร้ายต่อร่างกายของเรามากนักเมื่อเทียบกับ “ไขมันช่องท้อง” ที่ไม่ว่าจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอม ต่างก็มีด้วยกันหมด และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมา


ไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันอันตรายที่สะสมอยู่ในช่องท้องที่เกิดจากการเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยเกินไป โดยไขมันช่องท้องนี้สามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือดไปสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ และหากเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ร่างกายจะสร้างสารก่อการอักเสบขึ้นในกระแสเลือด และเกิดการอักเสบที่ผนังหลอดเลือดทั่วทั้งร่างกายได้ นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูงได้


นอกจากนี้ เมื่อไขมันช่องท้องสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ ไขมันช่องท้องจะไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญของกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และเนื่องจากไขมันช่องท้องอยู่ติดกับอวัยวะสำคัญในร่างงกายอย่างตับ จึงส่งผลให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ในเวลาต่อมา เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่ภาวะตับแข็งได้ รวมไปถึงกรดไหลย้อน และภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางงเพศในผู้ชาย


แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเรามีระดับไขมันช่องท้องมากเกินไปหรือไม่? ในเบื้องต้นเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธี Waist/Hip Ratio หรืออัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก โดยการใช้สายวัดสัดส่วน เริ่มจากการวัดรอบเอว (ส่วนที่คอดที่สุดของหน้าท้อง) โดยใช้หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร และวัดสะโพกต่อมา หลังจากนั้นให้นำตัวเลขวัดรอบเอวมาหารด้วยตัวเลขที่วัดรอบสะโพก จะได้ตัวเลขทศนิยม 2 หลัก ซึ่งค่าที่ได้นั้นมีเกณฑ์วัดดังนี้

ในผู้หญิง ถ้าได้ค่ามากกว่า 80 แปลว่ามีไขมันช่องท้องเยอะ

ในผู้ชาย ถ้าได้ค่ามากกว่า 95 แปลว่ามีไขมันช่องท้องเยอะ


หรืออาจเลือกใช้เครื่องชั่งน้ำหนักวัดองค์ประกอบภายในร่างกายที่สามารถแสดงผลค่าต่าง ๆ ได้นอกเหนือจากน้ำหนัก เช่นค่าเปอร์เซ็นต์ไขมัน/ค่าเปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อภายในร่างกาย รวมไปถึงระดับไขมันช่องท้อง ก็สามารถบอกข้อมูลได้อย่างคร่าว ๆ หรือหากต้องการความแม่นยำ สามารถไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลได้ โดยค่าต่าง ๆ ที่จะบอกว่าเรากำลังมีไขมันช่องท้องเยอะได้แก่

ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ความดันโลหิตสูงกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท

ขณะอดอาหาร พบระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร


อย่างที่ได้กล่าวไปว่าไขมันช่องท้องนั้นไม่ว่าจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอมต่างก็มีไขมันช่องท้องด้วยกันทั้งสิ้น มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานร่างกายของแต่ละคน บางคนดูตัวใหญ่แต่หน้าท้องกลับแบนราบก็มี ในขณะที่บางคนดูผอมเก้งก้าง แต่กลับมีพุงให้เห็นชัดเจน ไขมันช่องท้องจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน จึงต้องดูแลตัวเองให้ดี ด้วยการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย


รวมไปถึงการรับประทานโปรไบโอติกบิฟิโดแบคทีเรียม อะนิมอลิส ซับสปิชีส์ แล็กทิส CECT 8145 ซึ่งเป็นโปรไบโอติกสายพันธุ์ที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยลดไขมันช่องท้องได้ 3 – 7 ตารางเซนติเมตร จะช่วยควบคุมระดับไขมันช่องท้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และลดเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ


ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand

ให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายด้วย PROBAC FIT SERIES เตรียมง่าย ได้สารอาหารครบถ้วน แต่ให้พลังงานต่ำเพียง 100 kcal 1 ชุดประกอบด้วย PROBAC FIT, PROTEIN FIT, FIBO FIT และ Multivitamin เพียงฉีก ชง ทาน 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้สารอาหารครบ อยู่ท้องไม่หิวระหว่างมื้อ

PROBAC FIT นวัตกรรม 1 เดียวในไทยที่ใช้โปรไบโอติกเพื่อการควบคุมน้ำหนัก

PROBAC FIT ซินไบโอติกจากอังกฤษ เพื่อการควบคุมน้ำหนัก และภาวะอ้วนลงพุง 1 ซอง (6 กรัม) ประกอบด้วยบิฟิโดแบคทีเรียม อะนิมอลิส ซับสปิชีส์ แล็กทิส CECT 8145 จำนวน 10,000 ล้าน CFU ต่อซองและไฟเบอร์ซอล-2 จำนวน 5.9 กรัม.

โดย บิฟิโดแบคทีเรียม อะนิมอลิส ซับสปิชีส์ แล็กทิส CECT 8145 ที่มีอยู่ใน PROBAC FIT มีหลักฐานงานวิจัยทางการแพทย์ ว่าสามารถช่วยลดไขมันช่องท้อง ลดรอบเอว ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันจากอาหาร และยังช่วยการนอนหลับ และลดความเครียดได้เป็นอย่างดี โดยจากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 – 42 ปี จำนวน 135 คน พบว่าเมื่อรับประทาน PROBAC FIT วันละ 1 ซองเป็นระยะเวลา 3 เดือน สามารถลดไขมันช่องท้องได้ 3 – 7 ตารางเซนติเมตร ลดรอบเอวได้เกือบ 2 ซม. และลด BMI ได้

PROTEIN FIT โปรตีนจากพืช ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล มีใยอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ อีกทั้งยังให้พลังงานที่ต่ำกว่าเนื้อสัตว์ ให้โปรตีนมากกว่าอกไก่ต้มเกือบ 3 เท่า และ ไข่ต้ม 25 เท่า เมื่อเทียบในปริมาณ 100 กรัม

FIBO FIT พรีไบโอติกไฟเบอร์และสารสกัดจากธรรมชาติ รวม 16 ชนิด พรีไบโอติก FOS และ อินูลิน ช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุโดยเฉพาะแคลเซียม บุกและเทียนเกล็ดหอย ถั่วขาว ทำให้อิ่มเร็วและนาน เพิ่มการระบาย ทั้งยังมี แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรท ผลส้มแขก โครเมียม พิโคลิเนต ช่วย Burn ไขมัน แป้ง น้ำตาลและลดความอยากอาหาร และสารสกัดเบอร์รี่รวม 7 ชนิด และ กีวี่ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมการลดน้ำตาล และไขมัน

Interpharma Multivitamin วิตามินรวมชนิดเม็ดฟู่ ละลายหมดไม่เหลือตะกอน ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้ได้ง่าย ประกอบด้วยวิตามินรวม 10 ชนิด ได้แก่วิตามิน B1, B2. B3, B5, B6, B7, B9, B12, C และ E ให้ร่างกายได้รับวิตามินครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายใน 1 วัน

และเพื่อให้ผลได้ดีที่สำหรับการควบคุมอาหารและรูปร่าง แนะนำ “PROBAC FIT SERIES” ประกอบด้วย FIBO FIT, PROTEIN FIT และ PROBAC FIT มีโปรแกรมสำหรับคุมน้ำหนัก 1 เดือน และ 2 เดือน ทั้งนี้ในโปรแกรม ” Interpharma PROBAC FIT SERIES” ผู้ที่ซื้อครบโปรแกรม แถม! Online Diet Coach โดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ สำหรับผู้ที่เข้าโปรแกรมอีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้ 3 ช่องทาง ได้แก่

📞ทาง Call center 094-956-9536
💻Inbox : m.me/interpharma.th
📱Line @interpharma #แอดไลน์ด่วนคลิก https://lin.ee/huxD1c0