ทำไมโปรไบโอติกถึงช่วยแก้ท้องผูกได้ดี

ปัจจุบันพอความรู้ทางการแพทย์แพร่หลายมากขึ้น หลายๆคนเริ่มศึกษาการดูแลตัวเอง โรคท้องผูกก็เช่นกัน ปัจจุบันมีคำถามว่า “เมื่อท้องผูก ระหว่างทานยาระบายแบบเดิมๆ กับทานโปรไบโอติกแบบไหนดีกว่ากัน”

เวลาถ่ายไม่ออกเรามักนึกถึงยาระบาย ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายมากตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาทั่วไป การพึ่งยาระบายเลยเป็นทางเลือกแรกๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการทานยาระบายต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้ลำไส้ติดยาระบาย เพราะถูกกระตุ้นจากยาบ่อยๆ พอนานเข้าก็เคยชินกับการถ่ายด้วยยา ไม่บีบรัดตัวเองตามธรรมชาติ เรียกว่าโรคลำไส้ขี้เกียจ ถ้าไม่หยุดทานยาระบายแล้วฝึกการขับถ่าย ผลลัพธ์สุดท้ายที่รออยู่ คือ ลำไส้ดื้อยาจนไม่ขับถ่ายแม้จะทานยาแรงแค่ไหนก็ตาม อุจจาระตกค้าง ลำไส้อุดตัน ตามมาด้วยโรคต่างๆ มากมายหลายชนิด

จากผลกระทบของยาระบายต่อลำไส้ข้างต้น ทำให้หลายๆ คนหันมาทานโปรไบโอติกแทน แม้จะไม่ได้มีฤทธิ์ขับอุจจาระโดยตรง แต่โปรไบโอติกที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีส่วนช่วยในการทำงานของลำไส้โดยสังเคราะห์กรดอะมิโนที่จะกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ผลิตแก๊สที่ช่วยผลักดันอุจจาระและขจัดเชื้อโรคออกจากลำไส้ เพิ่มมวลและความนุ่มให้กับอุจจาระ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก

มีนักวิทยาศาสตร์ ชื่อ Dr. R.H.Siver ได้พยายามศึกษาการใช้ประโยชน์ของโปรไบโอติก เพื่อรักษาผู้มีปัญหาลำไส้ทำงานไม่ปกติ ซึ่งก็ได้ผลดี แถมได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงคือ การรักษาดังกล่าวกลับเป็นประโยชน์ของผิวหน้าของผู้ป่วยที่เป็นสิวให้กลับดีขึ้นถึง 80% ภายใน 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นการมีแบคทีเรียโปรไบโอติกในลำไส้ใหญ่มากเท่าใด ยิ่งทำให้เรามีสุขภาพดีเท่านั้น

การทานโปรไบโอติกเสริมเมื่อมีอาการท้องผูกจึงเป็นอีกตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยฟื้นฟูแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีผลข้างเคียงที่อันตราย ยังช่วยดูแลสุขภาพองค์รวมด้วย

ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand