หากพูดถึง ‘สรรพคุณ’ ของ Aloe Vera หรือ ว่านหางจระเข้ หลายคนอาจนึกถึงสรรพคุณในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ซึ่งสารที่สามารถใช้รักษาแผลดังกล่าวได้เป็นสาร Glycoprotein ที่มีชื่อว่า Aloctin A เป็น Anti-inflammatory นอกจากสรรพคุณข้างต้น ว่านหางจระเข้ยังมีประโยชน์อีกหลายประการ โดยเฉพาะกับเรื่องของการฟื้นฟูสภาพผิวหน้าและผิวกาย
.
Aloe Vera หรือ ว่านหางจระเข้ มีถิ่นกำเนิดในแถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนและบริเวณทางตอนใต้ของแอฟริกา เป็นพืชในเขตร้อน ภายหลังได้แพร่พันธุ์ไปสู่เอเชียและยุโรป ลักษณะของว่านหางจระเข้ มีใบหนา ยาว อวบน้ำ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ข้างในใบเป็นวุ้นสีเขียวอ่อน มีน้ำเหมือกเหนียวสีขาว
.
ว่านหางจระเข้ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมไปถึงกรดอะมิโนหลายชนิดที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุทองแดง ธาตุแมงกานีส ธาตุซีลีเนียม ธาตุโครเมียม วิตามินเอ วิตามินซี วิตามิอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 โคลีน และยังเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีวิตามินบี 12
.
สรรพคุณของว่านหางจระเข้เกี่ยวกับเรื่องของการฟื้นฟูผิวนั้น ว่านหางจระเข้ช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวหน้าและผิวกายชุ่มชื่น เต่งตึง ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังช่วยยับยั้งการติดเชื้ออันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ช่วยลดรอยดำจากสิว และช่วยลดความมันบนใบหน้า เพราะในใบว่างหางจระเข้จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ช่วยรักษาจุดด่างดำตามผิวหนัง ช่วยป้องกันการเกิดฝ้า อันเนื่องมาจากแสงแดดหรือจากอายุที่มากขึ้น วิธีการใช้ทั่วไป มักเป็นการนำเอาวุ้นจากใบว่านหางจระเข้นำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า หรือบริเวณผิวที่ต้องการทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก สามารถนำเอาวุ้นจากว่านหางจระเข้มาทำความสะอาดผิวได้วันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำ ต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงจะเห็นผลของการเปลี่ยนแปลง
.
สำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลรักษาผิวให้มีความชุ่มชื้น แต่ไม่มีเวลาในการหาซื้อว่านหางจระเข้ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ประกอบด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวใสอ่อนโยน สามารถทำความสะอาดผิวหน้าหรือผิวกายได้ทุกวัน เนื้อโฟมนุ่ม ใช้ง่าย สะดวก สามารถพกพาไปได้ในทุกที่ เมื่อคุณเดินทางไกล
.
ข้อมูลจาก : เว็บไซต์เมดไทย

ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand