ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา กรุ๊ป จำกัด

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อินเตอร์ เวทต้า จำกัด

Last updated on 01 Feb 2022

1. เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเตอร์ เวทต้า จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปจะรวมเรียกว่า “บริษัท” เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคนและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุ๊ค ของบริษัท เป็นต้น และช่องทางออฟไลน์ เช่น โรงพยาบาล คลินิก โรงพยาบาลสัตว์ และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เป็นต้น ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความประสงค์จะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัทและอาจจะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัท ในอนาคตต่อไป ซึ่งได้ยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ดังนั้น นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดและให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความเข้าใจในแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทในเบื้องต้น อาทิเช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้ง สิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

2. คำนิยาม

ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ คำต่อไปนี้ให้หมายถึง

“นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเตอร์ เวทต้า จำกัด

“บริษัท” หมายถึง บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเตอร์ เวทต้า จำกัด

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้น อาทิเช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่, วันเดือนปีเกิด, เพศ, หมายเลขโทรศัพท์ส่วนบุคคล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, เลขที่ในใบอนุญาตทำงาน ที่อยู่อีเมล ชื่อและเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร, เลขบัตรเครดิต/เดบิต เป็นต้น ทั้งนี้ ให้หมายรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล “เจ้าของข้อมูล” อาทิเช่น

  • ลูกค้า ได้แก่ ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือผู้รับบริการ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการต่าง ๆ ผู้เข้าร่วมสัมมนากับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง บุคคลอื่นใดที่ติดต่อกับบริษัทเพื่อสอบถามและ/หรือขอรับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท เป็นต้น
  • คู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่ คู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายผลิตภัณฑ์ ตัวแทนจัดจำหน่าย ผู้จัดหา ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา รวมทั้ง บุคคลอื่นใดที่ติดต่อ ประสานงาน เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าว เป็นต้น

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

(1) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำตามกรอบวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัท อาทิเช่น

  • เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย ของบริษัท เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้พิจารณาตัดสินใจและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัทได้ตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูล
  • เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำร้องขอและ/หรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลก่อนการซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือรับบริการ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง การเข้าเป็นคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  • เพื่อการลงทะเบียนในการซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ การสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท
  • เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบข้อเสนอ สิทธิพิเศษ และ/หรือสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลด ของแถม โปรโมชั่นต่าง ๆ รวมทั้ง คำแนะนำและข้อมูลข่าวสารการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัท (ถ้ามี)
  • เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ เสนอ ให้ ใช้ และ/หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการ รายการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ รวมทั้ง การพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการที่มีคุณภาพได้มาตราฐาน ให้ทันยุคทันสมัยและดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด
  • เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขายแก่เจ้าของข้อมูล เช่น การติดตาม ตอบข้อซักถามและ/หรือประเมินผลการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ การทำแบบสำรวจความ พึงพอใจ การทำแบบสอบถาม การจัดการข้อร้องเรียนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ กรณีหากมีการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ ( Call Center) บริษัทอาจจะมีการบันทึกการสนทนาไว้ เป็นต้น
  • เพื่อการจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลลูกค้า/ผู้มีอุปการคุณ
  • เพื่อการติดต่อ ประสานงาน ตอบข้อสักถาม ข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ
  • เพื่อการจัดทำเอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัท
  • เพื่อดำเนินการบริหารจัดการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัท
  • เพื่อการรับและส่งพัสดุเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ รับและส่งเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ
  • เพื่อการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับชำระเงินและ/หรือการรับชำระเงิน อาทิเช่น ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และ/หรือเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว
  • เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัท รวมทั้ง ตัวแทนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท และ/หรือบริษัท หรือหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท
  • เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ประสบการณ์และความเหมาะสมของคู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายผลิตภัณฑ์ ตัวแทนจัดจำหน่าย ผู้จัดหา ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา ในการคัดเลือก การประมูลและ/หรือการประกวดราคา (ถ้ามี)เพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัท รวมทั้ง ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ ของบริษัท (ถ้ามี)
  • เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่และภาระผูกพันตามข้อตกลงและ/หรือสัญญาที่ทำกันไว้
  • เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ตามกฎหมาย
  • เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าวข้างต้นภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท

(2) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนด รวมทั้ง แจ้งให้ทราบถึงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกรณีหากไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท ให้เจ้าของข้อมูลทราบในคราวเดียวกัน ยกเว้น เจ้าของข้อมูลได้ทราบรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ การขอความยินยอมดังกล่าวจะกระทำโดยชัดแจ้งตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนดไว้ ยกเว้น กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติ ซึ่งได้จัดมีมาตรการการป้องกันที่เหมาะสม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
  • เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตาม คำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท

(3) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะไม่เก็บจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ยกเว้น ในบางกรณี อาทิเช่น บริษัทได้แจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบโดย ไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ เป็นต้น

(4) กรณีหากการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล ยกเว้น กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
  • เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล
  • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ เพื่อการควบคุมมาตราฐานหรือคุณภาพของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ซึ่งได้จัดให้มีมาตราการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ เป็นต้น

ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมจะกระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่บริษัทจะได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลประกาศกำหนด

(5) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย การขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

4. ข้อมูลที่เก็บรวบรวม

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น ข้อมูลและ/หรือแบบฟอร์มการลงทะเบียนการซื้อผลิตภัณฑ์ การสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การเข้าร่วมสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี) การรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัท (ถ้ามี)

  • ข้อมูลการติดต่อ ประสานงานของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้กับบริษัท อาทิเช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ที่อยู่อีเมล ไอดีไลน์ เบอร์โทรศัพท์ส่วนบุคคล เป็นต้น
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนา PASSPORT หรือ WORK PERMIT หรือ VISA (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร หรือรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีธนาคาร เลขที่บัตรเครดิต /เดบิต
  • เอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัท
  • เอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับการชำระเงินและ/หรือรับชำระเงินต่าง ๆ
  • แบบสอบถาม แบบประเมินผล แบบสำรวจ แบบคำร้องขอ แบบคำร้องเรียนต่าง ๆ
  • บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ (Call Center) (ถ้ามี)
  • รูปถ่าย ภาพถ่ายและ/หรือภาพเคลื่อนไหวในการเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ สัมมนาต่าง ๆ ที่บริษัทได้จัดให้มีขึ้น (ถ้ามี)
  • ใบประกอบวิชาชีพ /ใบอนุญาต/ใบรับรองต่าง ๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมตามข้อ 4. ซึ่งจะรวมเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

5. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  1. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลจะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะใช้หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกรอบวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าของข้อมูล ยกเว้น ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยให้เจ้าของข้อมูลทราบและได้รับความยินยอมก่อนใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแล้ว เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ตามตัวอย่างในข้อ 3. (2) หรือ (4)

    สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะทำการบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมนั้นไว้เป็นหนังสือ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มและรายละเอียดตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทกำหนด อาทิเช่น รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเภท ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิและวิธีการการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

  2. ในกรณีที่บริษัทจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องมีมาตราฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด หรือหากมีการกำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วน ทั้งนี้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

6. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

  • บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาอันพอสมควรตามความจำเป็นในการเก็บรักษาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นตามแต่ละประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาไว้ แล้วแต่กรณี

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

  1. เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ จะมีข้อจำกัดสิทธิการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ยินยอมไปแล้วโดยชอบในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ที่จะถอนความยินยอมให้ทำเป็นบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด
  2. เจ้าของข้อมูลสามารถขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมนั้นได้
  3. เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติเช่นเดียวกัน รวมทั้ง มีสิทธิดังนี้
    • ขอให้บริษัทส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
    • ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุม

    ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง ยกเว้น โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

    ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้น จะใช้กับการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

  4. เจ้าของข้อมูลสามารถขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์
  5. เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป เป็นต้น
  6. (6) เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น
  7. (7) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  8. (8) เจ้าของข้อมูลสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท รวมทั้งพนักงานหรือ ผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ มีบางกรณีที่บริษัทอาจปฏิเสธการคัดค้าน หรือคำขอ และ/หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอการใช้สิทธิดังกล่าวของเจ้าของข้อมูลได้ อาทิเช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ กรณีส่งผลกระทบที่อาจ

ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยบริษัทจะทำบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการและรายละเอียดตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทกำหนด

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล จึงได้กำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมเพื่อปกปิดไว้เป็นความลับ ความถูกต้องครบถ้วนและสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้ง เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข กระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ หรือทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของข้อมูล เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด รวมถึง การทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีและ/หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

กรณีที่บริษัทต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท บริษัทจะดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

การจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลร้องขอ หรือเจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอม ยกเว้น เป็นการเก็บรักษาไว้ หรือการใช้ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับด้านการสาธารณาสุข เช่น เพื่อการป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในประเทศไทย เป็นต้น

กรณีหากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะแจ้งแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่ การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล กรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดให้เจ้าของข้อมูลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้า  ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

การดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9. ข้อมูลการติดต่อบริษัท

ส่วนงานควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)
สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 140/9 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้นที่ 9
ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร : 02 634 0225
เว็บไซต์ : www.interpharma.co.th

ส่วนงานควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท อินเตอร์ เวทต้า จำกัด
สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 140/9 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้นที่ 9
ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร : 02 634 0225 ต่อ 68
เว็บไซต์ : www.interpharma.co.th

10. การเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเว้นข้อความทั้งหมด หรือบางส่วนในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทเห็นสมควร เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและ/หรือกรณีที่มีประกาศใช้กฎหมายใหม่เพื่อให้บริษัทได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563