สำหรับสุขภาพต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ Pure Krill Oil น้ำมัน Omega 3 ประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยโครงสร้างโมเลกุลแบบ Phospholipids

 

Pure Krill Oil น้ำมัน Omega3 ประสิทธิภาพสูงสุดจาก Interpharma สกัดจาก Antarctic krill สิ่งมีชีวิตน้ำลึกจากมหาสมุทรแอนตาร์กติก ช่วยลดการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือด

 

  • ประสิทธิภาพการดูดซึมสูงที่สุดในกลุ่มน้ำมัน Omega3 ด้วยโครงสร้างโมเลกุลรูปแบบ Phospholipids ที่มีขนาดเล็กกว่าโครงสร้างแบบ Triglyceride ในน้ำมัน Omega3 จาก Fish Oil
  • Pure Krill Oil สกัดจาก Antarctic krill สิ่งมีชีวิตน้ำลึกจากมหาสมุทรแอนตาร์กติก สิ่งมีชีวิตแรกของห่วงโซ่อาหาร ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก
  • ไม่มีผลให้เรอและหายใจเป็นกลิ่นปลา (fish odor) แบบการทานน้ำมันปลา
  • มีกรดไขมันทั้งรูปแบบ EPA,DHA และยังอุดมด้วย Astaxanthin สารอาหารมหัศจรรย์ที่มีประโยชน์ด้านชะลอวัย
  • ช่วยลดการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือด, ลดไขมัน LDL และไตรีกลีเซอไรด์ ฟื้นฟูระบบเผาผลาญ ลดการสะสมของไขมัน ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดตีบ , อุดตัน
  • ซ่อมแซมเยื่อหุ้มเซลล์ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งสัญญาณของเซลล์ เสริมการทำงานของสมองด้วย DHA
  • ซ่อมแซมเยื่อหุ้มเซลล์ข้อต่อ เพิ่มคอลลาเจนลดความรุนแรงของโรคข้อต่ออักเสบ ข้อต่อเสื่อม รูมาตอยด์

 

Pure Krill Oil เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทาน Omega3 ที่ดีกว่า Fish Oil เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มน้ำมัน Omega3 ในปัจจุบัน

 

Pure Krill Oil บรรจุกล่องละ 30 แคปซูล รับประทานวันละ 1 แคปซูล

Krill Oil กำลังมาแทนที่ Fish Oil จากผลการศึกษาทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่สูงกว่าทั้งในแง่ของคุณค่าสารอาหาร และผลข้างเคียงที่น้อยกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้ และนี่คือ 3 เหตุผลที่บอกคุณว่าทำไมควรเปลี่ยนมาทาน Krill Oil แทน Fish Oil

 

“Krill Oil กำลังมาแทนที่ Fish Oil”

 

1) น้ำมัน Omega3 ใน Krill Oil มีประสิทธิภาพสูงกว่า Fish Oil ด้วยรูปแบบ Phospholipids

Omega3 ใน Krill Oil แตกต่างกับน้ำมันปลา เพราะอยู่ในรูปแบบ Phospholipids ในขณะที่ Fish Oil จะอยู่ในรูปแบบของ Triglyceride

ซึ่งจากการศึกษาทั่วโลกพบว่า Omega3 ในรูปแบบ Phospholipids ที่มีโมเลกุลเล็กกว่าโมเลกุลรูปแบบ Triglyceride ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึม Omega3 ไปใช้ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนี้โครงสร้างที่เป็น Phospholipid ซึ่งมีส่วนที่เป็น Polar head และมีส่วนที่เป็น Non-Polar น้อยกว่า Triglyceride ยังละลายน้ำได้ดีกว่า จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม Krill Oil ไปใช้ได้ดีกว่าด้วยเช่นเดียวกัน

 

2) ความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารโลหะหนักน้อยกว่า

ในปัจจุบันทั่วโลกมีความกังวลเกี่ยวกับ Fish Oil ว่าอาจมีการปนเปื้อนของสารโลหะหนักมากับผลิตภัณฑ์ เพราะสิ่งมีชีวิตมหาสมุทรปัจจุบันมีการปนเปื้อนสารโลหะหนักมากขึ้น และ Fish Oil ที่ได้จากปลาทะเลขนาดใหญ่ เช่น ปลาทูน่า ก็อาจปนเปื้อนสารโลหะหนักจากการกินสัตว์อื่นในมหาสมุทร

ในขณะที่ Krill เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยในน้ำลึก สภาวะที่มีการปนเปื้อนน้อย และยังเป็นสิ่งมีชีวิตแรกของห่วงโซ่อาหาร (เป็นอาหารให้กับปลาชนิดอื่นๆ รวมถึงปลาวาฬ) จึงไม่ได้รับการปนเปื้อนจากการกินสัตว์อื่น

ทำให้ Krill เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยจากสารโลหะหนักมากกว่า Fish Oil

 

3) ไม่ทำเรอหรือลมหายใจมีกลิ่นคาวปลา

อีกหนึ่งผลข้างเคียงจากการทานน้ำมันปลาที่ทำให้เสียบุคลิกอย่างแรง คือ การทานต่อเนื่องอาจทำให้ลมหายใจ และเรอออกมามีกลิ่นเหม็นคาวปลา (fish odor)  หรือถ้าหนักมากๆ อาจถึงขั้นมีกลิ่นตัวเป็นกลิ่นคาวปลา! แต่ผลข้างเคียงนี้จะไม่เกิดขึ้นกับการทาน Krill Oil

 

Pure Krill Oil เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทาน Omega3 ที่ดีกว่า Fish Oil เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มน้ำมัน Omega3 ในปัจจุบัน

 

Pure Krill Oil บรรจุกล่องละ 30 แคปซูล รับประทานวันละ แคปซูล