บทที่ Astaxanthin ราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ

 

ถ้าเราพูดถึง Astaxanthin สาวๆหนุ่มๆ หลายคนที่รักการบำรุงผิวก็จะร้องอ๋อ ออกมาทันที เพราะสารตัวนี้กำลังเป็นที่นิยมในการใช้ดูแลผิวพรรณให้แก่ช้าลง

 

Astaxanthin เป็นสารสีส้มแดง กลุ่มcarotenoid (สารกลุ่มวิตามินเอ)โดยสามารถออกฤทธิ์ได้เลยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ซึ่งสารนี้เรา พบได้ ในสาหร่ายสีแดง (Haematococcus Pluvialis) ปลาแซลมอน และกุ้งชนิดเล็ก เป็นต้น

 

การที่ปลาแซลมอนต้องเปลี่ยนตัวเองให้มีเนื้อสีส้มเพราะเกิดจากการได้กินกุ้งสีแดงตัวเล็กๆ (krill) หรือหอย (shellfish) ตัวเล็กๆซึ่งเป็นอาหารหลักของแซลมอน ซึ่งในกุ้ง และหอยนั้นมีสารแคโรทีนอยด์ชนิดที่เรียกว่า แอซทาแซนทิน (Astaxanthin) แซลมอนที่กิน Krill เข้าไปเยอะ แอซทาแซนทินก็เข้าไปสะสมในกล้ามเนื้อมากจนทำให้มีสีส้มเหมือนแครอทนั่นเอง ซึ่ง มีการทดลองพิสูจน์ด้วยการให้อาหารแซลมอนโดยที่ไม่มีแอซทาแซนทินผสมอยู่ พบว่าเนื้อแซลมอนกลับไม่มีสี กลายเป็นสีขาวขึ้นมาเพราะไม่มีสารสีไปสะสม

 

แต่ปลาชนิดอื่นๆก็กินกุ้งเป็นอาหาร แต่ทำไมเนื้อถึงไม่เป็นสีส้ม คำตอบอยู่ที่ยีนส์ของแซลมอนนั่นเองที่สามารถเปลี่ยนแปลงสีในร่างกายได้ (สิ่งมีชีวิตต่างๆนั้น มีความมหัศจรรย์จริงๆ)

 

Astaxanthin มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก ซึ่งมีคะแนน ORAC สูงกว่า Vitamin C ,Alpha-Lipoic acid , Vitamin A , Vitamin E , Lycopene และCoenzyme Q-10 เสียอีก จึงถูกมองว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ  (ORAC Score หรือคะแนนโอแร็ค ย่อมาจาก Oxygen Radical Absorbance Capacity  เป็นค่าที่ได้จากการทดลองหา ค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของอาหารจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ กรรมวิธีและกระบวนการในการตรวจหาค่า ORAC Score ของอาหาร แต่ละชนิดเป็นวิธีการมาตรฐาน ที่ได้การยอมรับในระดับนานาชาติ ค่าที่ได้จากการทดลองสามารถใช้ประเมินประสิทธิภาพของอาหารแต่ละชนิด ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาหารที่มีค่า ORAC Score สูงจะมีประสิทธิภาพในการต้านทาน และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรง ซึ่งมีสาเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น)

 

ในปัจจุบันสาหร่าย Haematococcus Pluvialis กลายเป็นแหล่งในการผลิต Astaxanthin เพื่อเชิงพาณิชย์ที่สำคัญที่สุด เนื่องจากให้สาร Astaxanthin ปรมาณมากที่สุด โดยถูกนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ และเครื่องสำอางมากมาย โดยมีหลายการทดลองที่ให้อาสาสมัครทานไปแล้ว เมื่อติดตามผลพบว่าผิวมีความชุ่มชื้น และริ้วรอยจางลงได้ภายใน 6-8 สัปดาห์

 

นักวิทยาศาสตร์สรุปกันว่า เพราะ Astaxanthin นั้นเข้าไปช่วยปกป้องคอลลาเจนในผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากรังสี UV ที่มาทำร้ายผิวนั่นเอง คล้ายๆ สารกันแดดธรรมชาติ

สำหรับปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 4-12 มิลลิกรัมต่อวัน หลังอาหารในตอนเช้า เพราะจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดไม่ให้มาทำร้ายคอลลาเจนในชั้นหนังแท้

 

อ้างอิงจาก

1. http://trace.tennessee.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1094&context=utk_chembiopubs

2. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3083660/?report=classic

3. http://www.altmedrev.com/publications/16/4/355.pdf

4. Kim JH, Chang MJ, Choi HD, et al. Protective e ects of Haematococcus astaxanthin on oxidative stress in healthy smokers. J Med Food 2011;14:1469-1475.

5. Huangfu J, Liu J, Sun Z, Wang M, Jiang Y, Chen ZY, Chen F. Antiaging Effects of Astaxanthin-Rich Alga Haematococcus pluvialis on Fruit Flies under Oxidative Stress. J Agric Food Chem. 2013 Aug 6.