ปัญหาถ่ายไม่ออกเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้กับใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม โดยส่วนมากแล้วเมื่อเราเกิดปัญหาถ่ายไม่ออก ตัวช่วยแรกๆ ที่เรามักจะหยิบมาใช้คงหนีไม่พ้นยาระบาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เพราะเมื่อเรามีของเสียในร่างกายตกค้าง เราก็ต้องการกำจัดมันออกไปให้เร็วที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเพราะความเคยชิน เวลาที่เราไปหาหมอด้วยอาการถ่ายไม่ออก หมอเองก็มักจ่ายยาระบายให้กับคุณ

 

แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายาระบายนั้นมีกี่ประเภท แต่ละประเภททำงานแตกต่างกันยังไง อาการแบบไหนควรเลือกใช้ชนิดไหน แล้วผลข้างเคียงของการใช้ยาระบายเป็นยังไง คุณตอบคำถามพวกนี้ได้ดีเท่าคุณหมอหรือไม่ … ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วสินะ?

 

รู้หรือไม่ว่ายาระบายบางประเภทอาจทำให้การทำงานของลำไส้ใหญ่ลดลงมากกว่าปกติ หรือทำให้เยื่อบุผนังลำไส้เหี่ยว กล้ามเนื้อใต้เยื่อบุผิวลำไส้หนามากขึ้น ปมประสาทเสื่อมและเกิดการสูญเสียโปรตีนจากการดูดซึมที่ผิดปกติของลำไส้

 

นอกจากนี้การใช้ยาระบาย ควรใช้เป็นครั้งคราวและไม่ควรใช้ติดต่อกันอย่างยาวนาน มากสุดไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็ถือว่านานแล้ว เพราะยาจะไปรบกวนการทำงานปกติของลำไส้ ถ้าไม่กินยาระบายเพื่อกระตุ้น ลำไส้ก็จะไม่ทำงาน ส่งผลเสียในระยะยาวไปอีก

 

จึงควรมีการเลือกใช้ยาระบายอย่างระมัดระวัง เพราะยาระบายมีหลายชนิด ทั้งยังออกฤทธิ์ต่างกัน ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ และควรดูแลตัวเองด้วยการเลือกกินอาหารที่มีเส้นใยสูง เพื่อให้อุจาระจับตัวกันเป็นก้อนอย่างกลมเกลียวสามัคคี มีความอ่อนนุ่ม นอกจากนี้ใยอาหารยังเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดี (Probiotics) ทำให้แบคทีเรียเติบโต และแบ่งจำนวนได้เป็นจำนวนมาก เมื่อมีก้อนอึที่ใหญ่และนุ่มขึ้น ก็จะกระตุ้นให้การขับถ่ายเราดีได้โดยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาระบายใดๆ

 

แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วมันยังไม่ถ่ายสักที จะทำยังไงดีล่ะ? แนะนำให้ไปพบแพทย์คงจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยวินิจฉัยอาการของเราได้อย่างถูกต้องแล้ว ยังสามารถจ่ายยาที่รักษาอาการของเราได้อย่างตรงจุดอีกด้วย ปลอดภัยกว่าการเลือกใช้ด้วยตัวเองเยอะ

 

ด้วยความปรารถนาดี

Interpharma Thailand