อาหารเช้า มื้อสำคัญที่หลายคนมองข้าม

อาหาร เป็นแหล่งพลังงานสำหรับทุกสรรพชีวิตบนโลก เพื่อให้เกิดพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ในแต่ละวัน สำหรับมนุษย์แล้ว เราทุกคนต่างถูกพร่ำสอนให้กินวันละ 3 มื้อ ด้วยหลักการมื้อเช้ากินอย่างราชา มื้อกลางวันกินอย่างคนธรรมดา และมื้อเย็นกินอย่างยาจก

.

แต่ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างต่างเร่งรีบไปหมด ทำให้การกิน 3 มื้อเป็นเรื่องยาก จนเหลือเพียงแค่ 2 มื้อ คือมื้อกลางวันและมื้อเย็น ในขณะที่มื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด กลับถูกละเลยไปแทน กลายเป็นมื้อเช้ากินอย่างยาจก มื้อกลางวันและมื้อเย็นกินอย่างราชาไปแทน

.

ที่จริงแล้วอาหารที่เรากินทุกมื้อนั้นล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ แต่เหตุที่อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดนั้นเป็นเพราะเนื่องจากร่างกายมีการอดอาหารมาตลอดทั้งคืน อาหารเช้าจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานที่ได้รับจากอาหารมื้อเย็นไปเลี้ยงหัวใจ เพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เรารู้สึกหิวเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า จึงต้องมีการกินอาหารเพื่อทดแทนพลังงานส่วนที่ถูกใช้ไป ช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายและสมอง ทำให้สมองของเราทำงานได้มีประสิทธิภาพตลอดทั้งวันด้วย

.

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่กินอาหารเช้าทุกวันมักจะควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าผู้ที่อดอาหารเช้า ซึ่งมีทฤษฎีที่น่าสนใจได้ให้เหตุผลระบุไว้ว่าเนื่องจากผู้ที่อดอาหารเช้านั้นจะมีอาการหิวโซเมื่อใกล้อาหารมื้อถัดไป จึงมีความต้องการอาหารสูง และมีโอกาสหยิบอาหารที่มีแคลอรี่สูงเข้าปากได้ง่ายเพื่อกินเป็นอาหารรองท้องก่อนถึงมื้อถัดไป เมื่อถึงเวลาของมื้อกลางวันก็มักจะกินไม่ยั้งเนื่องจากหิวจัด ทำให้ได้รับปริมาณพลังงานเกินความต้องการของร่างกาย ส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักได้

.

อย่างไรก็ตาม แม้มื้อเช้าจะเป็นมื้อสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกินอะไรก็ได้เพื่อเติมเต็มให้ครบ 3 มื้อ Interpharma มีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกรับประทานอาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

  • เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก่อนเสมอ โดยเลือกอาหารประเภทธัญพืช ผลไม้หลากสี นมหรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (ควรเน้นเป็นเนื้อปลา) ข้าวกล้อง ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่สารปรุงแต่งสูง เช่นอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว มีการเติมเกลือ ผงชูรส หรือน้ำตาลเป็นจำนวนมาก อาหารแปรรูปต่าง ๆ เช่น ไส้กรอก เบคอน อาหารกระป๋อง อาจกินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรกินเป็นประจำ
  • กินให้สมดุล ตามปริมาณพลังงานที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ต่อวัน โดยแบ่งสัดส่วนเป็นมื้อเช้าร้อยละ 20 มื้อกลางวันและมื้อเย็นประมาณร้อยละ 30 ส่วนอาหารว่างควรอยู่ที่ร้อยละ 10
  • ค่อย ๆ กินไม่ต้องรีบเร่ง ในปริมาณที่พอเหมาะ ให้เวลากินอาหารอย่างเต็มที่ โดยไม่รีบเร่ง ไม่ทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ดึงดูดความสนใจระหว่างกิน เพราะอาจทำให้ได้รับปริมาณอาหารมากเกินไปโดยที่ไม่รู้ตัว นอกจากนี้ควรสังเกตว่าร่างกายกำลังหิวหรืออิ่ม เพื่อเตือนให้ตัวเองรู้ว่าควรกินในปริมาณเท่าใดจึงเหมาะสม

หากต้องการเริ่มต้นวันที่ดี ด้วยสมองที่กระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวาและความสดชื่น มื้อเช้าคือมื้อหลักที่ทุกคนและทุกช่วงวัยพลาดไม่ได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทั้ง 5 หมู่อันได้แก่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ เป็นประจำทุกวัน เท่านี้ก็พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใส และมีสุขภาพดียืนระยะยาว ได้ไม่ยาก

.

ด้วยความปรารถนาดี

Interpharma Thailand

.

ข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)