เคยสงสัยไหมครับว่าแต่ละครั้งเวลาที่เราถ่ายอุจาระออกมา บางวันก็ถ่ายออกมาเป็นก้อนสวยงามสีเหลืองทองอร่าม กลิ่นไม่เหม็น กำลังพอดี ไม่มากไป พอถึงอีกวันนึง อุจจาระของเรากลับกลายเป็นสีดำ กลิ่นเหม็นบ้าง แถมบางทียังมีความเหนียวที่ต้องใช้แรงเบ่งหลายๆ รอบ (แล้วก็ออกไม่หมด) อีกต่างหาก ทำไม? ทั้งๆ ที่มันก็คืออุจจาระเหมือนกัน คำตอบคือ “สิ่งที่เรากินเข้าไป” นั่นแหละ คือตัวบอกว่าอุจจาระเราจะออกมามีรูปร่างหน้าตาแบบไหน

 

เพราะ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่บริโภคทั้งพืชและเนื้อสัตว์ อุจจาระของเราจึงประกอบไปด้วยเศษซากที่มาจากผักใบเขียว ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ ปนๆ กันไป ทำให้อุจจาระของเรามีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน ตามสัดส่วนของผักและเนื้อที่กินเข้าไป วันไหนที่กินผักใบเขียวมาก อุจจาระของเราอาจมีสีออกเขียว มีความนุ่มฟูและลอยน้ำได้ เวลาถ่ายมักจะถ่ายม้วนเดียวจบ ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก ถือเป็นอุจจาระคุณภาพดี 🙂

 

แต่ถ้าวันไหนที่เราผ่านการกินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างบ้าง หมูกระทะบ้าง สเต็ก ชาบู อาจต้องรอประมาณ 2 – 3 วันกว่าเราจะเอาอุจจาระออกมา ระหว่างนั้นอาจมีคลื่นลูกเล็กเป็น “ตด” หรือ “เรอ” แทรกระหว่างทางบ้าง (ซึ่งอาจเหม็นคล้ายเนื้อเน่า) หลังจากที่ร่างกายเราพร้อมอุจจาระแล้ว ลักษณะของอุจจาระที่ออกมาจะเป็นสีน้ำตาลดำ เหนียว ขับถ่ายออกยาก ต้องออกแรงเบ่งหลายรอบกว่าจะหมด แถมอุจจาระประเภทนี้ยังชอบเกาะติดตามผนังลำไส้ใหญ่

 

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีอุจจาระตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่นานๆ ทำให้ร่างกายเราดูดซึมพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผิวพรรณไม่สดใส หยาบกร้าน สิวเห่อ เกิดอนุมูลอิสระทำให้แก่เร็ว ร้อนใน เกิดแผลในปาก ลามไปถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างริดสีดวงและมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เลยทีเดียว

 

เห็นได้ชัดเลยนะครับว่าเรื่องอุจจาระนี้ไม่ใช่เรื่องขี้ๆ อย่างที่คิด ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าให้เราเลือกกินเฉพาะแค่ผักเพียงอย่างเดียว เพราะร่างกายเรายังคงต้องการสารอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ด้วยเช่นกัน เพียงแต่การเลือกกินผักและเนื้อสัตว์ในสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้เราสามารถขับถ่ายได้ง่าย ไม่มีอุจจาระตกค้าง ไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ลำไส้ใหญ่มีสุขภาพดี ห่างไกลจากโรคมะเร็งได้ในที่สุด

 

อย่าลืมนะครับ กินแบบไหน ได้แบบนั้น คุณเลือกได้ <3

 

ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand