ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืชต่างจำเป็นต้องมี ‘ระบบภูมิคุ้มกัน’ จึงจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เป้าหมายของระบบภูมิคุ้มกันคือการรับมือกับไวรัส พยาธิ สารเคมี อาหาร สารพิษ โปรตีนกลายพันธุ์ และเซลล์ที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกาย เพื่อรักษาสมดุลทำให้ทั้งพืชและสัตว์สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ในทางตรงข้าม หากระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมหรือทำงานผิดปกติ จะก่อให้เกิดโรค เป็นภัยคุกคามและอาจทำให้ถึงแก่ความตาย

โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จะถูกสร้างขึ้นและทำงานอย่างเป็นระบบ มีโอกาสน้อยมากที่ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานผิดปกติ เว้นเสียแต่ว่าเราพยายามทำร้ายตนเองซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันปั่นป่วน เช่น พฤติกรรมการกินและภาวะความเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล ดังนั้น สิ่งที่พวกเราทุกคนต้องทำคือ ‘ดูแลตนเองให้ดี’ เพื่อระบบภูมิคุ้มกันจะได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และหนึ่งในตัวช่วยจำเป็นที่สำคัญคือ จุลินทรีย์ชนิดดีซึ่งร้อยละ 70 จะมีชีวิตอยู่ในลำไส้ของเรา สร้างโดยลำไส้เพื่อคุ้มครองลำไส้ ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ศาสตราจารย์บียอร์กสเตน จากประเทศสวีเดนกล่าวว่า “ผลจากการค้นคว้าทางระบาดวิทยา การทดลองทางคลินิก และการทดลองในสัตว์พบว่าการได้รับ ‘จุลินทรีย์ชนิดดี’ ในวัยเด็ก มีผลต่อการป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน หรือโรคลำไส้อักเสบเพราภูมิแพ้” เช่นเดียวกับศาสตราจารย์โบนีนี ชาวอิตาลี ที่ได้กล่าวไว้ในบทความ Mimicking microbial education of the immune system ว่า จุลินทรีย์ชนิดดียับยั้งไม่ให้โรคระบาดเกี่ยวกับภูมิแพ้ นี่คือ ทัศนะพื้นฐานของจุลินทรีย์บำบัด (probiotic therapy) กล่าวคือการใช้ ‘จุลินทรีย์ชนิดดี’ มาเสริมการฝึกซ้อมให้ระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้นั่นเอง

จุลินทรีย์ชนิดดี หรือที่มีชื่อเรียกว่า ‘โปรไบโอติก’ มักพบได้ในอาหารประเภทหมักดองที่มีรสเปรี้ยว และที่น่าสนใจคือ จุลินทรีย์ชนิดดีมีได้ตั้งแต่ในครรภ์มารดา จึงมีการรณรงค์ให้บรรดาคุณแม่ดูแลสุขภาพของลำไส้ให้ดี ต้องกินแล็กตินแอซิดแบคทีเรียให้มาก พยายามหลีกเล่ยงไม่ให้ท้องผูก เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตออกมาสู่โลกภายนอกด้วยสุขภาพที่แข็งแรง
ข้อมูลจาก : ลำไส้ดีชีวียืนยาว เขียนโดย ดร.ไช่อิงเจี๋ย

ด้วยความปรารถนาดี
Interpharma Thailand