TS6 Probiotic

Probac 7

Probac 10 Plus

TS6 Mousse

TS6 Serum

TS6 Mist

Pure Krill Oil

Beta Glucan

การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

 
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
 
     จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะลักษณะท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่า ผู้หญิงจะปวดปัสสาวะบ่อยกว่าแต่ก็หาห้องน้ำได้ยากกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงต้องกลั้นปัสสาวะกันมาก นี่ยังไม่รวมเหตุผลอื่นๆของการกลั้นปัสสาวะ เช่น การทำงานเป็นกะอย่างต่อเนื่องยาวนานจนไม่มีเวลาพักเข้าห้องน้ำ การเดินทางไกลๆไม่สะดวกที่จะเข้าห้องน้ำ ความกลัวในเวลากลางคืนทำให้ไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำ ฯลฯ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะนั้นส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มแกรมลบ (ที่พบในลำไส้ของเรานั้นเอง) มีทั้งการติดเชื้อส่วนล่าง เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งคุณผู้หญิงมักจะรู้จักกันดีว่าเป็นโรคที่ทำให้มีอาการขัดเบา คือ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ส่วนการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะส่วนบน เช่น กรวยไตอักเสบนั้นทำให้มีไข้ หนาวสั่น ปวดหลังตรงสีข้าง ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น นอกจากนี้ การมีนิ่วในทางเดินปัสสาวะก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้เช่นกัน
 
     เมื่อมีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (หรือการติดเชื้อที่ใดก็ตาม) ย่อมมีโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิตได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของผู้ป่วย รวมทั้งปริมาณและความรุนแรงของเชื้อนั้นๆ เช่น ผู้ป่วยเด็กทารก ผู้ป่วยที่สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยที่กินยากดภูมิต้านทานของร่างกาย จะมีโอกาสติดเชื้อในกระแสโลหิตมากกว่าคนทั่วไป
 
 
     สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้สูงและจัดเป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดของการเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุชายมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะสูงขึ้นมากซึ่งต่างจากคนอายุน้อยที่ผู้ชายแทบจะไม่เกิดการติดเชื้อนี้เลย นอกจากนั้นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อก็มีโอกาสเกิดจากเชื้อโรคหลากหลายมากขึ้น สาเหตุที่ผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะมากขึ้น เนื่องจาก
 

     •   เมื่อผู้หญิงหมดประจำเดือนแล้ว จะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีเชื้อแลคโตบาซิลไล ( lactobacilli) ในช่องคลอดน้อย ทำให้ค่าความเป็นกรดด่าง (พีเอช ) ในช่องคลอดสูงขึ้น ซึ่งเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรค ในผู้ชายสูงอายุ สารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมากจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียน้อยลง

     •   เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของไตลดลง ทำให้ความสามารถในทำให้ปัสสาวะเป็นกรด ทำให้ปัสสาวะเข้มข้น และขับสารยูเรียได้ลดลง ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น นอกจากนั้นการที่มีน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งพบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีโรคเบาหวานมากขึ้น ยังเป็นสารเพาะเชื้อที่ดีอีกด้วย

     •   ผู้สูงอายุได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะบ่อยขึ้น เช่น จากการที่ปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือใส่ในช่วงผ่าตัด จึงทำให้เชื้อโรคเข้าไปในทางเดินปัสสาวะได้

     •   ผู้สูงอายุมีโรคที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ซึ่งอาจยังผลให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะง่ายขึ้น เช่น โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ทำให้เดินไม่คล่อง ปัสสาวะไม่สะดวก มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะ ติดเชื้อได้ง่าย หรืออาจเป็นโรคเบาหวาน ขาดสารอาหาร โรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น โรคเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้มีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะง่ายขึ้น

 
อาการของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
 
     อาการ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย (ออกทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง) รู้สึกปวดขัด หรือแสบร้อนเวลาถ่าย ปัสสาวะอาจมีอาการปวดที่ท้องน้อยร่วมด้วย ปัสสาวะอาจมีกลิ่นเหม็น สีมักจะใส แต่บางคน อาจขุ่นหรือมีเลือดปนอาการอาจเกิดขึ้นหลังอั้นปัสสาวะนาน ๆ หรือหลังร่วมเพศ ในเด็กเล็กอาจมีอาการปัสสาวะรดที่นอน อาจมีไข้ เบื่ออาหาร และอาเจียน
 

สิ่งตรวจพบ

     มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน บางคนอาจมีการกดเจ็บเล็กน้อยตรงกลางท้องน้อย

 

อาการแทรกซ้อน

     ส่วนมากมักจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แต่บางคนอาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง ซึ่งถ้าไม่ได้ รับการรักษาเชื้อโรคอาจลุกลาม ทำให้กลายเป็นกรวยไตอักเสบ ได้

 
การรักษา
 
     ขณะที่มีอาการ ให้ดื่มน้ำมากๆ ถ้าปวดมากให้ ยาแก้ปวด และให้ยาปฏิชีวนะเช่น โคไตรม็อกซาโซล 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง, อะม็อกซีซิลลิน 500 มก.ทุก 8 ชั่วโมง หรือนอร์ ฟล็อกซาซิน 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน ถ้าไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำมากกว่า 2-3 ครั้ง หรือเป็นในผู้ชาย ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจ หาสาเหตุโดยการตรวจปัสสาวะ (พบเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก) นำปัสสาวะไปเพาะหาเชื้อ เอกซเรย์ หรือใช้กล้องส่องตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ (cystoscope) แล้วให้การรักษา ตามสาเหตุที่พบ
 
การป้ิองกัน
 
     มีหลักฐานพบว่า probiotic มีบทบาทในการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ โดยเฉพาะเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ lactobacillus พบว่าเชื้อดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวกีดกันจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคจากทวารเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ
 
 
ข้อแนะนำ
 

1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ พบเป็นสาเหตุอันดับแรก ๆ ของอาการขัดเบา แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคอีกหลายชนิดที่อาจมีอาการแสดงคล้ายโรคนี้ได้อีก ดังนั้นก่อนให้การรักษาโรคนี้ ควรซักถามประวัติอาการอย่างถี่ถ้วน (ขัดเบา/ปัสสาวะบ่อย/ปัสสาวะมาก)

 

2. ในเด็กเล็กที่มีอาการปัสสาวะรดที่นอนบ่อย หรือมีไข้ และอาเจียนไม่ทราบสาเหตุ ควร นึกถึงโรคนี้ไว้เสมอ การตรวจปัสสาวะจะช่วยวินิจฉัยโรคนี้ได้

 

3. ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ควรดื่มน้ำมาก ๆ (ประมาณวันละ 3-4 ลิตร) เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออก และช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ

 

4. การป้องกัน ผู้ที่เคยเป็นโรคนี้ เมื่อรักษาหายแล้วควรป้องกันมิให้เป็นซ้ำโดย

 

     ? พยายามดื่มน้ำมาก ๆ และอย่าอั้นปัสสาวะควรฝึกถ่ายปัสสาวะในห้องน้ำนอกบ้าน หรือ ระหว่างเดินทางได้ทุกที่ การอั้นปัสสาวะทำให้เชื้อโรคอยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้นานจน สามารถเจริญแพร่พันธุ์ ประกอบกับในภาวะที่มีกระเพาะปัสสาวะยืดตัวความสามารถใน การขจัดเชื้อโรคของเยื่อบุผิวกระเพาะปัสสาวะลดน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการอักเสบของ กระเพาะปัสสาวะได้

     ? หลังถ่ายอุจจาระ ควรใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดจากข้างหน้าไปข้างหลัง เพื่อ ป้อง กันมิให้นำเชื้อโรคจากบริเวณทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ

     ? สำหรับอาการขัดเบาหลังร่วมเพศ (โรคฮันนีมูน) อาจป้องกันได้โดยดื่มน้ำ 1 แก้วก่อน ร่วมเพศควรใส่ครีมหล่อลื่นช่องคลอด และถ่ายปัสสาวะทันทีหลังร่วมเพศ

 
 
 
 
 
 
หน้าแรก     เกี่ยวกับเรา     Probiotic คืออะไร     ผลิตภัณฑ์     ติดต่อเรา     SiteMap     
© copyright Interphama.com all right reserved. Design by : designweb2you.com